วิธีการประเมินความพร้อมและพัฒนาอย่างเข็ม ครูผู้ช่วยมีวิธีการอย่างไร
วิธีการประเมินความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม
ครูผู้ช่วยมีวิธีการและขั้นตอน ดังนี้
2. การตั้งคณะกรรมการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มให้ดำเนินการดังนี้
1. กรณีหน่วยงานการศึกษาที่สังกัดเขตพื้นที่การศึกษาดำเนินการดังนี้
1.1 ให้สถานศึกษาเสนอชื่อผู้ดำรงตำแหน่งครูในสถานศึกษานั้นไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแล้วให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจัดส่งรายชื่อดังกล่าวไปยังสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเพื่อดำเนินการต่อไป
1.2 ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเสนอบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิอื่นจากภายนอกสถานศึกษาไปยังสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเพื่อเสนอ ก.ศ.จ. พิจารณาเห็นชอบ
2. กรณีหน่วยงานการศึกษาที่มิได้สังกัดเขตพื้นที่การศึกษาดำเนินการดังนี้
2.1 ให้สถานศึกษาเสนอชื่อผู้ดำรงตำแหน่งครูในสถานศึกษานั้นไปยังส่วนราชการต้นสังกัดเพื่อดำเนินการต่อไป
2.2 ให้สถานศึกษาเสนอบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิอื่นจากภายนอกสถานศึกษาไปยังส่วนราชการต้นสังกัดเพื่อเสนอ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้งพิจารณาให้ความเห็นชอบ
3. ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 แต่งตั้งคณะกรรมการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์แล้วแจ้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษาที่ไม่ได้สังกัดเขตพื้นที่การศึกษาแล้วแต่กรณีโดยเร็ว
4. ให้คณะกรรมการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มดำเนินการดังนี้
4.1 วางแผนและดำเนินการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มร่วมกับครูผู้ช่วยด้วยรูปแบบและวิธีการที่หลากหลาย
4.2 ส่งเสริมสนับสนุนให้คำปรึกษาสอนงานช่วยเหลือและแนะนำการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้ครูผู้ช่วยมีลักษณะและสมรรถนะในการปฏิบัติตนและปฏิบัติงานที่ส่งผลต่อคุณภาพของผู้เรียนตามหลักเกณฑ์
4.3 มอบหมายให้คณะกรรมการทำหน้าที่เป็นครูพี่เลี้ยงแนะนำการปฏิบัติตนและปฏิบัติงาน
4.4 ประเมินการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มเป็นระยะระยะๆ อยากต่อเนื่องและสรุปผลการประเมินทุก 6 เดือนโดยมุ่งเน้นการประเมินเพื่อการพัฒนารวม 4 ครั้งในเวลา 2 ปีตามแบบประเมินที่ ก.ค.ศ. กำหนด
กรณีไม่สามารถประเมินเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มด้วยเหตุใดๆให้ผู้อำนวยการสถานศึกษารายงานให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 ทราบโดยเร็ว
5. แจ้งผลการประเมินโดยมีข้อเสนอแนะจุดเด่นจุดที่ควรพัฒนาและข้อสังเกตจากการประเมินในแต่ละครั้งให้ครูผู้ช่วยทราบภายใน 15 วันนับแต่วันที่ครบรอบการประเมินแล้วให้ผู้อำนวยการสถานศึกษารายงานผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือหัวหน้าส่วนราชการแล้วแต่กรณีเพื่อนำเสนอผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 ทราบ
6. สรุปผลการประเมินการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มภายใน 30 วันนับแต่ครบ 2 ปีแล้วให้รายงานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือหัวหน้าส่วนราชการแล้วแต่กรณีเพื่อเสนอผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 พิจารณา
7. ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 ดำเนินการดังนี้
7.1 กรณีครูผู้ช่วยผู้ใดเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม 2 ปีแล้วผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนดให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 พิจารณาเห็นว่าควรให้ผู้นั้นรับราชการต่อไปให้นำเสนอ ก.ศ.จ. หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง แล้วแต่กรณีพิจารณาอนุมัติและให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 ออกคำสั่งแต่งตั้งครูผู้ช่วยผู้นั้นให้ดำรงตำแหน่งครูในวันถัดจากวันที่ครบกำหนดการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มแล้วแจ้งให้ผู้นั้นทราบ
7.2 กรณีครูผู้ช่วยผู้ใดมีผลการประเมินการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 พิจารณาเห็นว่าไม่ควรให้ผู้นั้นรับราชการต่อไปให้แจ้งผลการประเมินและความเห็นให้ผู้นั้นทราบและให้โอกาสโต้แย้งแสดงพยานหลักฐานภายใน 5 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการประเมินและหากพิจารณาแล้วยังเห็นว่าไม่สมควรให้ผู้นั้นรับราชการต่อไปก็ให้สั่งผู้นั้นออกจากราชการและแจ้งคำสั่งให้ผู้นั้นทราบ
8. สำหรับผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งครูผู้ช่วยอยู่ก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2561 ให้เตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มตามหนังสือที่สำนักงานกคศที่ ศธ 0206.2 /ว20 ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2548 ต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ
9. กรณีที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ให้เสนอ ก.ค.ศ. พิจารณา

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น